ผลงานแอ็คชั่นสะท้านทรวงชิ้นล่าสุดของผู้กำกับ “ฮิเดอากิ อิตสึโนะ” ที่เจ้าตัวยอมทุ่มเทหมดหน้าตักพลีกายถวายหัว เพื่อชดเชยตราบาปในอดีตที่เคยปล่อยให้ซีรีส์ลูกรัก ต้องตกไปอยู่ในมือของคนอื่น

นับว่ารักษาฟอร์ม และทำผลงานเข้าตากรรมการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าย แคปคอม ที่หันหางเสือกางใบเรือถูกทิศกันตั้งแต่ช่วงต้นปี เริ่มด้วยเกมยิงผีฉบับรีเมค ที่กวาดดวงใจแฟนคลับคอไบโอฯทั่วโลกไปได้สำเร็จ กระทั่งล่าสุดกับ Devil May Cry 5 สุดยอดเกมแอ็คชั่นแห่งยุค ที่หวังปลุกภาพความทรงจำอันน่ากลัวของบรรดา ภูตผีปีศาจ ชวนให้เราหวนนึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่ ลีลายียวนกวนประสาท ยังเป็นเพียงแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของเกม

สำหรับเหตุการณ์ในภาคนี้ จะดำเนินสืบเนื่องเรื่อยมาต่อจากภาค 4 ณ ฉากหลังสถานที่ Red Grave City เมืองมนุษย์ปกติที่พวกเราอาศัยอยู่ ที่จู่ๆก็ปรากฏ ต้นไม้ปีศาจ งอกขึ้นมาฝังรากลึกลงไปบนดิน พร้อมกับสูบเอาโลหิตชาวเมืองมาเป็นอาหารแทนแหล่งน้ำ ซึ่งแน่นอนว่า เหล่านักรบล่าปีศาจแห่งบริษัท Devil May Cry ย่อมถูกจ้างวานให้ไปปราบเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่าหนนี้มันกลับไม่ง่าย เมื่อตัวการที่อยู่เบื้องหลังคือ จอมมาร Urizen ผู้มีพลังเก่งกาจเกินกำลังของพวกเขา

ด้วยระดับของพลังที่แตกต่างกันอย่างมาก มันทำให้ผู้เล่นสามารถรับรู้ถึงความมนุษย์ของตัวเองผ่านตัวละครที่มีลักษณะครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นอกเหนือจากตัวละครหลักอย่าง Dante และ Nero ที่กลับมาเป็นทีมอีกครั้งในภาคล่าสุดนี้ เรายังได้เห็นการเพิ่มเติมตัวละครที่น่าสนใจอีกคนคือ V เข้ามาร่วมทีม โดยเขาเป็นชายผมดำที่ลึกลับ และมีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกัน โดยเขาใช้สิ่งอัญเชิญมอนสเตอร์มาช่วยเขาในการต่อสู้ 

ทำให้เกมมีความหลากหลายมากขึ้น ส่วนเรื่องความลับและบทบาทของเขาจะเปิดเผยเมื่อเราเล่นเกมไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ เรื่องของ Dante ที่ต้องมาทำงานเป็น “นักล่าปีศาจ” นั้นก็เป็นเรื่องที่แฟนๆรอคอยมานาน เราจะได้เห็นเหตุผลที่ Nero สามารถปลุกพลังของดาบ Yamato ขึ้นมาได้ในภาคนี้อย่างชัดเจน ทั้งหมดจะได้รับคำตอบในภาคนี้เช่นเดียวกัน

การมองดูอย่างผิวเผินในเกม Devil May Cry 5 อาจดูเหมือนเดิมกับภาคก่อนๆ โดยไม่ว่าจะเป็นการเล่นที่เน้นให้เคลียร์มิชชั่นแต่ละระดับ ผ่านฉากสภาพแวดล้อมที่ปิดตามไปด้วย รวมถึงการระบบเกมเพลย์ที่ให้ผู้เล่นต้องผสมผสานท่าต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อสร้างคอมโบ ซึ่งส่งผลให้เกิดค่า Stylish และเพิ่มเกจวัดเรตลีลาให้เกมด้วย โดยเริ่มต้นจากแรงค์ D ไปจนถึง SSS แต่เมื่อเราได้ลองเล่นไปเรื่อยๆ จะรู้สึกถึงความตื่นเต้นและแปลกใหม่ 

ที่ตัวเกมพยายามสอดแทรกตัวเข้ามาอยู่ในเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะระบบ Cameo System ที่ให้เรามีโอกาสที่จะต่อสู้ร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ แม้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้บางฉากและไม่ใช่โหมดออนไลน์เรียลไทม์ แต่การนำข้อมูล Ghost จากผู้เล่นคนอื่นที่เคยเล่นมาแล้วมาใส่ให้กับตัวละคร AI เพื่อช่วยต่อสู้กับเราหรือรุมยิงบอส ทำให้การผจญภัยของเราไม่เหงาและไม่เงียบเหงาอีกต่อไป

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำก็คือสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างมากในเกมภาคนี้ โดยเริ่มต้นด้วยตัวละคร V ผู้ชายปริศนาผู้มีความสามารถในการอัญเชิญ ที่สามารถเรียกใช้สัตว์เจ้าบ้านอย่างอีกา เสือดำ และยักษ์ปักหลั่น ซึ่งการที่จะควบคุมสัตว์เหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันเป็นที่ยาก ต้องคอยเฝ้าดูแล และใช้กำลังการของอสูร AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อควบคุมการโจมตีของพวกมัน หรือทำการเรียกคืนพลังได้อย่างถูกต้อง ไม่งั้นอาจทำให้ตัวละครเสียหายได้

นอกจากนี้ยังมีตัวละคร Nero ผู้ชายที่ถูกชะตาเธอมากับการขโมยการใช้งานแขนปีศาจขวาของเขา จนต้องหันมาพึ่งพาแขนจำลอง Devil Breaker ซึ่งมีรูปแบบหลากหลาย แต่ข้อจำกัดของมันคือ การใช้งานได้เพียงครั้งเดียว และเมื่อถูกทำลายก็ต้องหาแขนใหม่มาใช้ใหม่ หรือควรเก็บไว้สำหรับการใช้ในฉากต่อไป เหมือนกับไอเทมหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ เรื่องนี้อาจทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่พอใจบ้าง

จริงๆแล้ว ผลงานการปราบปีศาจภาคล่าสุดนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ Microtransaction ซึ่งเป็นระบบการเติมเงินจริงเพื่อแลกซื้อ Red Orbs ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักในการอัปเกรดและเสริมชีวิตให้ตัวละคร ดังนั้นพวกเขาพยายามทำให้การตายกลายเป็นเรื่องธรรมดาภายในเกม โดยเฉพาะในการต่อสู้กับบอสที่เราไม่สามารถพึ่งพา Green Orbs ไอเทมสำหรับฟื้นคืนพลังชีวิต HP ซึ่งบางครั้งมักจะขาดในการต่อสู้กับบอสที่ง่าย ๆ และมักถูกใส่มาในปริมาณมาก 

แต่เมื่อเราพบกับบอสที่ท้าทายมากขึ้น มันก็จะหายไปอย่างนั้น ดูเหมือนว่าค่าย Capcom รู้ถึงการวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้และกังวลเกี่ยวกับเสียงตอบรับจากผู้เล่น จึงได้ส่ง Gold Orbs อีกทางเลือกในการฟื้นชีพตัวละคร มาเป็นรางวัลล็อกอินแจกให้ผู้เล่นในแต่ละวัน รวมถึงแสดงเทคนิคเคล็ดลับในการฟาร์ม Red Orbs อย่างง่ายดายให้ผู้เล่นในเกม อีกทั้งพวกเขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขายสิ่งของแบบตรงๆ เนื่องจากคุณจะไม่พบเมนูออพชั่นเสริมอย่างชัดเจนภายในเกม นอกจากนี้หากคุณต้องการค้นหาคุณสามารถไปที่หน้าร้านค้าออนไลน์ได้ แม้ว่าจะมีบางคนเสนอว่ามีฟีเจอร์ดังกล่าวในเกมอยู่ด้วย

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า Devil May Cry 5 เป็นผลงานเกมที่มีระดับมาสเตอร์พีซจริง ๆ อีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับวัย 47 ปี “ฮิเดอากิ อิตสึโนะ” (Hideaki Itsuno) ที่มุ่งเน้นการสร้างความพอใจให้แก่แฟนคลับอย่างแท้จริง ด้วยการจัดเต็มทุกด้านของเนื้อหาที่ครบถ้วนและหลากหลาย มีทั้งความตลกขบขัน ความดุเดือด ความพิศวง รวมถึงความสยดสยองจากปีศาจและภาพบรรยากาศ Gothic แบบเก่าๆ ที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความสมบูรณ์แบบแห่งเกมเปิดตำนานนี้อีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่ฉากแฟนเซอร์วิสของตัวละครหญิงภายในเกม ที่ถูกสอดแทรกเข้ามาอย่างไม่ละเอียดอารมณ์ ทำให้ผู้ชายเราต้องตกหลุมรักและติดใจไปกับเสน่ห์เหล่านี้ (โดยกดเซฟภาพ) อย่างไม่ต้องการให้มันจบลง เพราะความน่าตื่นเต้นนี้ก็คือความมหัศจรรย์ของเกมนี้หนึ่งเดียว นั่นเอง